asbestos, chrysotile, chrysotileasbestos, chrysotilesafeuse, chrysotilesafeuseworks, whiteasbestos, แร่ใยหิน, แร่ใยหินขาว, แร่ใยหินไครโซไทล์, แร่ใยหินไครโซไทล์ปลอดภัย, แร่ใยหินไครโซไทล์ใช้ได้อย่างปลอดภัย, ใยหิน, ไครโซไทล์

จดหมายเปิดผนึกถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เรื่อง โปรดพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแร่ใยหินไครโซไทล์ เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา More »

 

บทความพิเศษในวารสารวิชาการด้านการแพทย์ของธรรมศาสตร์เกี่ยวกับแร่ใยหินไครโซไทล์

บทความพิเศษในวารสารวิชาการด้านการแพทย์ของธรรมศาสตร์เกี่ยวกับแร่ใยหินไครโซไทล์

วารสารวิชาการด้านการแพทย์ของธรรมศาสตร์ได้ตีพิมพ์บทความพิเศษเรื่อง “โรคที่เกี่ยวกับแอสเบสตอสในประเทศไทย ประสบการณ์ที่ผ่านมา มุมมองปัจจุบันและอนาคต” ลงในวารสารฉบับประจำเดือนมกราคม – มีนาคม พ.ศ. 2562 เขียนโดย สมชัย บวรกิตติ และมานพ พิทักษ์ภากร
บทความพิเศษดังกล่าวชี้ ไม่สามารถสรุปได้ชัดว่าแร่ใยหินเป็นสาเหตุของผู้ป่วยโรคเมโสเธลิโอมาในประเทศไทย โดยพบว่ามีเพียงร้อยละ 33 ที่มีการตรวจพบเส้นใยแอสเบสตอส และหลายรายในนั้น เป็นเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ ซึ่งไม่มีประวัติการทำงานในโรงงานที่มีการใช้แอสเบสตอส
จึงต้องทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของแอสเบส-ตอสเพื่อใช้ระบุผู้ที่สัมผัสและการวินิจฉัยกรณีต่างๆ ของโรคที่เกี่ยวกับแอสเบสตอส และศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเลิกใช้แอสเบสตอสให้ชัดเจน

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://tinyurl.com/y5uevubg


——————————————————————-
#chrysotilesafeuse #แร่ใยหินไครโซไทล์ใช้ได้อย่างปลอดภัย
#ใยหิน #แร่ใยหิน #แร่ใยหินไครโซไทล์ #แร่ใยหินขาว #ไครโซไทล์
#แร่ใยหินไครโซไทล์ปลอดภัย #asbestos #chrysotileasbestos
#whiteasbestos #chrysotile #chrysotilesafeuseworks

Chrysotile asbestos remains a legal substance

ข่าวจาก Vientiane Times

Chrysotile Information Center – CIC ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การประชุม Rotterdam Convention ครั้งที่ 9 (RC COP-9) เมื่อวันที่ 29 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2562 ณ กรุงเจนิวา มีมติไม่ให้เพิ่มแร่ใยหินไครโซไทล์เข้าไปในรายชื่อของสารที่มีการห้ามหรือควบคุมในภาคผนวก 3 ซึ่งนายเมธี อุทโยภาส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ ประเทศไทย ได้ย้ำว่าการที่ที่ประชุมมีมติไม่ให้เพิ่มแร่ใยหินไครโซไทล์เข้าไปนั้น แสดงให้เห็นว่าการใช้แร่ใยหินไครโซไทล์อย่างปลอดภัยนั้น เป็นความจริงไม่ใช่เรื่องโกหก

——————————————————————-
#chrysotilesafeuse #แร่ใยหินไครโซไทล์ใช้ได้อย่างปลอดภัย
#ใยหิน #แร่ใยหิน #แร่ใยหินไครโซไทล์ #แร่ใยหินขาว #ไครโซไทล์
#แร่ใยหินไครโซไทล์ปลอดภัย #asbestos #chrysotileasbestos
#whiteasbestos #chrysotile #chrysotilesafeuseworks

The Rotterdam Convention not listed chrysotile to Annex III

Mr. Maythee Utayopas, Chrysotile Information Center – CIC stated that the report on the ninth meeting of the Conference of the Parties to the Rotterdam Convention (RC COP-9) from 29 April to 10 May 2019, in Geneve – chrysotile is not listed in Annex III. This shown that chrysotile’s safe-use is a fact, not a myth. Science has also confirmed that there are huge differences between the amphibole and serpentine fibers. Chrysotile shouldn’t be banned but should be use with safe and responsible by the industry.

ายเมธี อุทโยภาส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า
เมื่อเร็วๆ นี้ จากรายงานการประชุม Rotterdam Convention ครั้งที่ 9 (RC COP-9) เมื่อวันที่ 29 เมษายน – 10 พฤษภาคม 2562 ณ กรุงเจนิวา ได้ผลสรุปว่า ในที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบให้นำไครโซไทล์เข้าไปอยู่ในภาคผนวก 3 Rotterdam Convention เนื่องจากหลักฐานความเป็นอันตรายไม่เพียงพอ ประกอบกับผลสรุปจากการประชุม ในทุกครั้งๆ ที่ผ่านมาไม่ได้รับฉันทามติ โดยล่าสุด มีการคัดค้านจากประเทศภาคี อาทิ รัสเซีย คาซัคสถาน ซีเรีย ซิมบับเว คีร์กีซสถาน เวเนซุเอลา ปากีสถาน คิวบา อินเดีย และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะถูกเลื่อนออกไปสู่การประชุม COP ในเดือนพฤษภาคม 2564 ต่อไป

EPA อเมริกา ไฟเขียวให้ใช้ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์แร่ใยหิน

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Environment Protection Agency: EPA) ประกาศกฎการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน โดยยืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกการใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ท่อซีเมนต์และ ซีเมนต์แผ่นเรียบภายใต้การควบคุมดูแลของ EPA ซึ่งการประกาศกฎใหม่นี้จะมีผลภายใน 60 วัน หรือ เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน 2562

นายเมธี อุทโยภาส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้สมาคมไครโซไทล์นานาชาติ (International Chrysotile Association – ICA) ได้เผยแพร่ข่าวสำคัญ เรื่องการออกกฎการใช้ผลิตภัณฑ์แร่ใยหินในสหรัฐอเมริกา ออกโดย สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกาหรือ EPA ซึ่งการประกาศกฎการใช้ใหม่เกี่ยวกับแร่ใยหินไครโซไทล์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 นั้น จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ใยหินไครโซไทล์ถูกตัดออกจากกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสารพิษชชุดเดิม และจะแยกออกไปอยู่ในรายการทำเนียบสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์เป็นส่วนประกอบ โดยจะใช้เกณฑ์การควบคุมที่มีความเหมาะสมและอยู่ภายใต้การนำไปใช้อย่างปลอดภัย

ซึ่งก่อนหน้านี้ EPA ได้ออกประกาศเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แร่ใยหินไครโซไทล์ในสหรัฐอเมริกาว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข้ากลุ่มประเมินความเสี่ยงและไม่ต้องผ่านขั้นตอนพิธีการกฎระเบียบใดๆ ในผลิตภัณฑ์แร่ใยหินไครโซไทล์ที่ไม่ได้ผลิตเพื่อใช้ในสหรัฐอเมริกา หรือ ไม่ได้ถูกนำเข้าเพื่อใช้ในสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ จากการวิจัยอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริการวมถึงในประเทศต่างๆ และจากความร่วมมือในหลายๆหน่วยงานที่เกิดขึ้นใน สหรัฐอเมริกา EPA จึงได้ข้อสรุปเพิ่มเติมว่า ท่อซีเมนต์และแผ่นซีเมนต์แร่ใยหินไครโซไทล์ควรรวมอยู่ใน Final SNUR หรือ Significant New Use Rules หรือกฎการใช้ใหม่ที่สำคัญ ซึ่งเป็นกระบวนการภายใต้การทบทวนเพิ่มข้อกำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสารพิษ (The Toxic Substance Control Act: TSCA)

โดยสาระสำคัญของ Final SNUR คือ

  • ไม่มีการห้ามใช้ท่อซีเมนต์และแผ่นซีเมนต์ใยหินไครโซไทล์ และ EPA จะติดตามการใช้ผลิตภัณฑ์งานในสหรัฐอเมริกา
  • ไม่มีการประเมินความเสี่ยงสำหรับท่อซีเมนต์และแผ่นซีเมนต์ใยหินไครโซไทล์
  • มีเพียงข้อกำหนดเดียวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมีการพูดคุยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2534 คือ ในกรณีที่ต้องการจัดตั้งโรงงานผลิต หรือ การนำเข้าท่อซีเมนต์และแผ่นใยหินไครโซไทล์นั้น จะต้องได้รับอนุญาตจาก EPA

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ของ EPA ถือเป็นข่าวดีที่สอดรับกับนโยบายของ ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์และ สมาคมไครโซไทล์นานาชาติ ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เส้นใยไครโซไทล์อย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และเป็นประโยชน์สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีราคาไม่แพง แข็งแรง และที่สำคัญสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

_____________________________________________________________________________________________

EPA has just published a final rule that will become effective in 60 days or about June 17, 2019. This final rule states that NO ban of asbestos cement pipes and sheets will be pursued in the USA by EPA.

Mr. Maythee Utayopas, Chrysotile Information Center – CIC stated that the International Chrysotile Association (ICA) has recently announced good significant news on no ban of asbestos in USA published by Environmental Protection Agency – EPA who disclosed that when the proposed Significant New Use Rule (SNUR) was published on June 1, 2018, asbestos cement products were omitted from this document but were included in a separate list of asbestos products for risk evaluation and further regulation.

EPA had stated previously that asbestos products which were no longer manufactured for use in the USA or were not imported for use in the USA would be excluded from risk evaluation and no further regulatory action taken. Following extensive research within the USA and foreign parties and by interventions that occurred in the USA, EPA has now concluded that asbestos cement pipes and sheets should be included in the SNUR final rule which is a significant and positive outcome.

The essentials of the SNUR final rule are:

  • NO ban of asbestos cement pipes and sheets will be pursued in the USA by EPA.
  • NO risk evaluations will be pursued for asbestos cement pipes and sheets.
  • The only requirement in the future, which has been the case since 1991, is that to begin again the manufacture or import of asbestos pipes and sheets permission must be granted by EPA.

 

This EPA decision is good news align with CIC and ICA policy for safe and responsible use of chrysotile fibers, and for emerging countries that are in need for an affordable product that can be used safely.

_______________________________

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ (CIC Chrysotile Information Center)
เมธี อุทโยภาส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร. 089-816-4031 / E-mail: media@chrysotile-asia.com
เว็บไซต์: www.chrysotile.co.th , www.chrysotile-asia.com

“ทรัมป์” อนุมัติกฎใหม่ของ แร่ใยหินไครโซไทล์

“ทรัมป์” อนุมัติกฎใหม่ของ แร่ใยหินไครโซไทล์

ในขณะที่หลายประเทศผลักดันให้มีการห้ามการทำเหมืองแร่ แต่สำหรับเมือง Urals แห่งสหพันธรัฐรัสเซียยังคงมุ่งเพิ่มกำลังการผลิตแร่ใยหินไครโซไทล์ ซึ่งเป็นแร่ที่มีความอันตรายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสสารชนิดอื่น ๆ หลังจากที่สหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารของประธานาธิปดี “ทรัมพ์” ได้มีความพยายามที่จะลดข้อจำกัด และมุ่งปลดล็อคกฎระเบียบข้อบังคับเพื่อให้การใช้แร่ใยหินไครโซไทล์สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยภายใต้สถานการณ์ที่ควบคุมได้

——————————————————————-
#chrysotilesafeuse #แร่ใยหินไครโซไทล์ใช้ได้อย่างปลอดภัย
#ใยหิน #แร่ใยหิน #แร่ใยหินไครโซไทล์ #แร่ใยหินขาว #ไครโซไทล์
#แร่ใยหินไครโซไทล์ปลอดภัย #asbestos #chrysotileasbestos
#whiteasbestos #chrysotile #chrysotilesafeuseworks

Asbestos removal often a waste of money, carried out in a panic

นายกเทศมนตรีเมือง Alkmaar แห่งประเทศเนเธอแลนด์กล่าวว่าการรื้อถอนแร่ใยหินออกจากอาคารจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก และมักจะเกิดขึ้นภายใต้สภาวะที่ประชาชนตื่นกลัว ซึ่งจากข้อมูลพบว่าการรื้อถอนแร่ใยหินมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพมากเท่าที่ควร เงินจำนวนนี้จะมีประโยชน์มากกว่าถ้าเอาไปพัฒนาให้ระบบประหยัดพลังงานภายในบ้าน
ถึงแม้ว่าประเทศเนเธอแลนด์จะยกเลิกการใช้แร่ใยหินไปแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 แต่อาคารเก่าบางแห่งยังคงมีแร่ใยหินอยู่ แต่ศาสตราจารย์ Helsloot ก็ยืนยันว่าแร่ใยหินมักพบในบริเวณที่ไม่มีการสัมผัสกับอากาศ จึงไม่เกิดการฟุ้งกระจาย และการสัมผัสกับแร่ใยหินเป็นช่วงสั้นๆ จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งนี้ การที่รัฐบาลประกาศว่าจะรื้อถอนกระเบื้องที่ทำจากแร่ใยหินทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2024 เป็นนโยบายที่ไร้สาระและสิ้นเปลืองงบประมาณ การรื้อถอนทำได้ แต่ควรทำเมื่อกระเบื้องเสื่อมสภาพและจำเป็นต้องเปลี่ยนเท่านั้น

——————————————————————-

Removing asbestos from buildings is often an unnecessary expense and done in a panic, according to a document published on Thursday by Alkmaar’s mayor, two housing corporations and a university professor.

Removing asbestos on a major scale is expensive but does not generate much in terms of improved health, the writers say in their pamphlet. ‘If tenants could choose, they would rather have their home made more energy efficient or go for a new bathroom or kitchen than have asbestos removed,’ the pamphlet states.

Its publication coincides with a meeting of local council officials called by junior infrastructure minister Sharon Dijksma to make agreements on speeding up the removal of all asbestos roofs in the Netherlands.

The use of asbestos has been banned since 1993 but many earlier buildings contain it. Breathing asbestos fibres can lead to cancer and chronic breathing conditions.

‘Most asbestos is found in parts of buildings which do not have contact with the air,’ Nijmegen professor Ira Helsloot told the Volkskrant. ‘Even if some does come loose in, say, a fire, the risk is relatively small. Asbestos is like breathing in someone else’s cigarette smoke in a bar. It is only dangerous to your health if you do it day in day out.’

The government’s plan to ensure all asbestos roofs have been removed by 2024 is ‘complete nonsense’, Helsloot said. ‘It is money being thrown away for a false sense of security. Clean up that asbestos if a roof needs replacing but not before.’

——————————————————————-
#chrysotilesafeuse #แร่ใยหินไครโซไทล์ใช้ได้อย่างปลอดภัย
#ใยหิน #แร่ใยหิน #แร่ใยหินไครโซไทล์ #แร่ใยหินขาว #ไครโซไทล์
#แร่ใยหินไครโซไทล์ปลอดภัย #asbestos #chrysotileasbestos
#whiteasbestos #chrysotile #chrysotilesafeuseworks

ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์เดินหน้าเรียกร้องเพื่อความโปร่งใสในการตรวจโรคผู้ป่วยที่อ้างว่าเกิดจากแร่ใยหิน

ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ ได้ทำจดหมายขอพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตน์ เพื่อรับทราบข้อมูลประเด็นโรคปอดจากแร่ใยหินที่เกิดจากการประกอบอาชีพ จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่ามีการพบตัวเลขผู้ป่วยจากแร่ใยหินจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบที่มาที่ไปของตัวเลขที่มีการกล่าวอ้าง ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลไครโซไทล์ (ศูนย์ข้อมูลฯ) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้แร่ใยหินไครโซไทล์อย่าง ปลอดภัยและมีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงาน และผู้ใช้โดยทั่วไปอย่างจริงจัง จึงอยากข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์โรคในปัจจุบันและแลกเปลี่ยนข้อมูลอันจะเป็นประโยชน์ในด้านการตรวจวินิจฉัยโรค แต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ และไม่ได้รับความร่วมมือใดๆจากหน่วยงานต้นสังกัดที่เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลไครโโซไทล์ เตรียม เดินหน้ายื่นหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องให้มีการเปิดเผยกระบวนการตรวจโรคผู้ป่วยที่อ้างว่าเกิดจากแร่ใยหินเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป

——————————————————————-
ติดตามอ่านความรู้เรื่องแร่ไครโซไทล์ แร่ใยหิน ได้ที่ www.chrysotile.co.th

#chrysotilesafeuse #แร่ใยหินไครโซไทล์ใช้ได้อย่างปลอดภัย
#ใยหิน #แร่ใยหิน #แร่ใยหินไครโซไทล์ #แร่ใยหินขาว #ไครโซไทล์
#แร่ใยหินไครโซไทล์ปลอดภัย #asbestos #chrysotileasbestos
#whiteasbestos #chrysotile #chrysotilesafeuseworks

New York’s never-ending asbestos racket

อดีตโฆษก Sheldon Silver ยังคงมีอิทธิพลกับศาลรัฐนิวยอร์กหลังจากพ้นจากตำแหน่งไปแล้วด้วยข้อหาคอรัปชั่น โดยเห็นได้ชัดจากการที่ศาลตัดสินเข้าข้างจำเลยผู้ฟ้องผู้ผลิตแร่ใยหินอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำยังมีแนวทางการพิจารณาโดยรวมหลายคดีเข้าด้วยกันเพื่อให้คณะลูกขุนสับสน โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละคดีจะได้รับสินไหมทดแทนอยู่ที่ $16 ล้านเหรียญสหรัฐต่อคดี ซึ่งมากกว่ารัฐอื่นๆ ถึงสองเท่า

——————————————————————————————————————-

A year after his corruption conviction, ex-Assembly Speaker Sheldon Silver’s influence is still harming our courts.

The American Tort Reform Foundation now ranks New York City’s Asbestos Litigation court as its No. 3 “Judicial Hellhole,” after St. Louis and the state of California.

The ATRF report notes that the court favors plaintiffs even more than it did before Silver’s fall. Defendants continue to face liability beyond their level of responsibility.

And the court still favors plaintiffs with excess use of punitive damages and by regularly consolidating multiple cases into a single trial, making it easier to confuse jurors.

In part, it’s a legacy of Silver influence over the courts dating from the time he arranged for major asbestos litigator Arthur Luxenberg — the name-partner at Shelly’s old law firm Weitz & Luxenberg — to serve on a key judge-picking committee. Silver also blocked any and all tort-reform measures for decades.

The ATRF also faults the state’s highest court, the Court of Appeals, for expanding liability to cover companies that never made nor sold cancer-causing asbestos.

The average award for asbestos cases in New York — $16 million per plaintiff between 2010 and 2014 — is at least twice the size granted by courts nationwide, according to Bates White Economic Consulting.

If Gov. Andrew Cuomo truly wants to help New York businesses and fight corruption, he’ll encourage the high court to dismantle the Asbestos Litigation court. Letting this racket continue is an open signal that New York justice is for sale.

ที่มา: https://nypost.com/2016/12/18/new-yorks-never-ending-asbestos-racket/

How the Asbestos Hysteria Led to the Grenfell Tragedy

2018-12-28_160146

เหตุการณ์เพลิงไหม้อาคาร Grenfell Tower ใน London เมื่อมิถุนายน ปี 2560 ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้ไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุบุฉนวนความร้อนที่ทำจาก polyethylene ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นวัสดุติดไฟได้ หากมีการใช้วัสดุฉนวนที่ทำจากแร่ใยหินไครโซไทล์ ซึ่งมีราคาที่ถูกและทนไฟกว่า จะไม่เกิดปัญหาเช่นนี้

——————————————————————————————————————-

How the Asbestos Hysteria Led to the Grenfell Tragedy

There was no single cause of the tragic 24-story Grenfell Tower conflagration in London. The British newspaper The Telegraph lists eight factors, including lack of dual staircases, lack of sprinklers both outside and inside, and sub-standard fire doors—none of which at this time appear to have violated the law. But nothing contributed more to the sheer speed of the spread, blocking both exits and preventing rescues, and hence the horrific death toll, than what’s called “cladding.” That’s a covering or coating on the structure.

According to The Telegraph, fire safety experts warned as much as 18 years ago that the cladding used on buildings such as Grenfell Tower—used to improve both energy efficiency and aesthetics—posed a deadly threat because it essentially turns a high-rise into a chimney, funneling the heat upwards. Why? Partly it’s “breathing space” between cladding panels allowing oxygen to enter and partly because the cladding was made of aluminum and . . . polyethylene. “Ethyl” means a petroleum byproduct. And while petroleum byproducts may be good for heating and cooling insulation, petroleum burns.

For fire protection nothing beats asbestos
One expert described Grenfell’s cladding as a candle which is sandwiched between two sheets of metal. “To see a material in 50 minutes across an entire building take flame like this and allow the flame to move so quickly—well this material is quite dangerous and clearly doesn’t perform,” said another. Eyewitnesses reported the cladding actually wafting down in flames and striking people. There is polyethylene cladding more heat resistant than Grenfell’s, but it would have been slightly more expensive (by $2.55 per square meter) and hence bypassed in favor of the cheaper materials.

But before highly flammable materials were used, Grenfell employed another product that has been pilloried by environmental activists and media—one which could have mitigated if not prevented this tragedy. Asbestos.

For fire protection nothing beats asbestos. Although the Grenfell temperatures were so high as to cremate bodies (lack of identification being part of the tragedy), they would have had no effect on asbestos. Asbestos also very poorly conducts heat, important because sometimes heat conduction without a spark or flame can set a fire.

Asbestos is a curious fibrous rock that can be woven into materials, be it building insulation or gloves or suits that stunt men wear when you see an actor covered in fire. In hard form it can take the shape of bricks or other building materials. During WWII, it saved countless Allied lives as shipyard workers sprayed it into ship hulls. A torpedo or shell might rip through a hull or deck, but there’s nothing sailors feared more than fire that could continue killing after the initial explosion even as it made its way to the powder magazines.

Asbestos proved to be a known human carcinogen
Asbestos was used in almost every public and commercial building constructed before the 1980s in the United States. [Likewise for Canada.] As a fireproofing material, it was applied on steel beams and columns during construction of multistory buildings. Because of its strength, asbestos was added to concrete, asphalt, vinyl materials in roof shingles, pipes, siding, wall board, floor tiles, joint compounds and adhesives. Its heat-resistant qualities made asbestos the perfect thermal insulation. The material was also used in acoustical plaster and as a component of a mixture sprayed on ceilings and walls. In short, it was the miracle material of the building industry.

That’s according to an anti-asbestos site!

So what happened? In a word, hysteria.

Asbestos proved to be a known human carcinogen when inhaled, causing both lung cancer and a cancer almost always related to asbestos caused mesothelioma. It also causes lung-scarring called “asbestosis.” The asbestos connection to these diseases has been known for some time, but truly came to the public’s attention because of massive suffering in those poor shipyard workers. All three have an extremely long latency time, often decades, which makes them scarier to us. Nobody likes the thought of potentially being a ticking time bomb when there’s no way to stop or even delay the consequences.

But ignored in the furor were two vital aspects:

Those shipyard workers travailed every day in massive clouds of the stuff with absolutely no protection.
There’s a powerful correlation between lung cancer and asbestosis and cigarette smoking. “Among non-smokers, asbestos exposure increased the rate of dying from lung cancer 5.2-fold, while the combination of smoking and asbestos exposure increased the death rate more than 28-fold,” according to a 2013 study.
Trial lawyers, Environmental groups, Environmental regulators came up with the “single-fiber” theory of asbestos disease
Yes, many, though not most, of those shipyard workers would have contracted asbestos disease even without smoking. That’s not the point, though.

Point is that somewhere along the way trial lawyers, environmental groups, and environmental regulators came up with the “single-fiber” theory of asbestos disease. Namely that you didn’t need massive exposures nor outside contributors like cigarette smoking—that literally a single asbestos thread could lodge itself into the lungs and wreak havoc.

The proof for this? None. Pure theory. But a very convenient theory for a lot of interest groups.

Trial lawyers could file class-action suits to get a third or more of settlements of verdicts. Environmental groups could raise funds. Government regulators had something more to regulate even as in general the environment in advanced countries was becoming vastly cleaner and healthier.

Meanwhile the synergistic effect of asbestos exposure and cigarettes works against the single-fiber rule. Like a well-built medieval castle, the body has myriad layers of immune systems. Regarding inhalation for example, large particles may first be caught in nasal hairs and sneezed out. After that, inhaled particles need to work past the sticky mucous in the nose, mouth, throat, and lungs. All of these work to trap invaders and harmlessly push them out.

But as with the best medieval castles, the body’s defenses can be overwhelmed. Too many cannonballs against the ramparts in one place and the stones eventually collapse. Smoking several packs of cigarettes a day does the trick nicely, thank you. The role of so-called “second-hand smoke” has been grossly politicized, as I’ve written, but even there only a handful of activists claim that side stream tobacco is as harmful as multiple packs a day.

Asbestos and the single-fiber rule
Obviously inhaling clouds, literally clouds, of asbestos all day long for as much as four years is begging for the ramparts to collapse. But a single fiber? Really?

No. The evidence is quite powerful against the single-fiber theory, and it appears that in recent years courts have turned against it.

Yet early on it had great appeal. One beauty is that it’s impossible to prove whether exposure even took place. You can’t detect a single asbestos fiber in a lung. Moreover, we all have asbestos in our lungs because it is indeed natural and the winds eventually carry everything anywhere. You’ve inhaled molecules of poop from the blue wildebeest of sub-Saharan Africa. Yes, gnu!

But, granted, we probably also have some fibers in our lungs because of its industrial use. And so even someone who smokes like the proverbial chimney could, by this theory, have contracted lung cancer from industrially-used asbestos.

Thus today, in most advanced countries, asbestos is totally outlawed. The U.S. is a bit less draconian, still allowing the substance for gaskets, roofing materials, and a few other places where the risk of inhalation approaches zero.

But will it be resistant enough?
So in short order the wealthier countries first began forbidding installing new asbestos and then ordering the horrifically expensive “abatement” of that already present. Not to mention the potentially dangerous if the single-fiber rule were true because it’s impossible to prevent some accidental release. I fought the good fight against this, including an article in The Reader’s Digest in 1990, pointing out the simplicity of merely inspecting buildings and then covering exposed asbestos.

Too sensible. Government requirements led to systematic abatement from building after building and God help you if you had it in your house. Perhaps better to just abandon it in the middle of the night.

When I saw the date Grenfell Tower was built, 1974, I assumed the cladding was originally of asbestos, later ordered abated. And so it was.

Expect safety specifications in the U.K. to change, especially the replacement of the cladding with a variety more resistant to heat. But will it be resistant enough? Meanwhile, we have yet another tragic tale that hysteria kills. Too late for asbestos; it will never be brought back. But there’s always the hysteria that will beset us tomorrow…

Michael Fumento is an author, journalist, and attorney who has been writing on science and epidemic hysteria for over three decades.

Source link: https://canadafreepress.com/article/how-the-asbestos-hysteria-led-to-the-grenfell-tragedy

Ulterior motives

2018-11-23_144039

Sharp-tongued campaigner Laurie Kazan Allen clearly has no qualms about besmirching the good name of those who disagree with her.

Having expected the Thai government to simply roll over and approve a ban on chrysotile, she didn’t take kindly when a minister questioned whether the move made any sense.

The Thai Cabinet has rejected the proposed ban citing the lack of evidence of asbestos-related disease in Thailand.

The industry minister also warned “the burden to replace all products that contain asbestos would fall on the government. This would require a lot of money.»

Hearing his comments, Kazan-Allen told her eager followers: “The Minister is either an idiot or in the pay of the Russian asbestos mafia.”

Having posted this malicious falsehood on her riveting website, hasty backtracking on this outrageous libel followed.

No doubt fearing a visit from highly paid lawyers who aren’t her brother, Kazan-Allen attempted to delete her smear, although Google cache preserves it for posterity.

Instead she now claims the Thai government was guilty of a “crime against the people” and demanded “clarification” or, she warned, “we will have to draw our own conclusions as to your motivations”.

Of course there are no such issues surrounding Kazan-Allen’s motivations, or that of her wealth lawyer brother, who funds his luxurious California-lifestyle with the proceeds of asbestos lawsuits.

ที่มา: http://nochrysotileban.com/archives/265