จดหมายเปิดผนึกถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เรื่อง โปรดพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแร่ใยหินไครโซไทล์ เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา More »

 

Tag Archives: แร่ไครโซไทล์ (Chrysotile asbestos)

ใยหินกับศาลสหรัฐ

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้อง

ของสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA)

ในการห้ามการใช้แร่ใยหิน

TSCA

นับเป็นความพยายามอย่างไร้เหตุผล

ในการผลักดันแร่ใยหินทุกชนิด ให้อยู่ในกฏหมายการควบคุมสารเคมี (TSCA)

สำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) มีความพยายามที่จะกำหนด ให้แร่ใยหินทุกชนิดเป็นสารเคมีต้องห้ามมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1991 อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

“แร่ใยหิน” เคยเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีคุณสมบัติทนความร้อนสูงและยังเป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญของวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ได้แก่ กระเบื้องหลังคา กำแพง ฉนวนความร้อน แผ่นกระเบื้อง รวมถึงเครื่องจักรต่าง ๆ ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงยานอวกาศ

อย่างไรก็ตาม แร่ใยหินกลุ่มแอมฟิโบลถูกนำมาใช้น้อยลง เนื่องจากมีความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิด ปัญหาทางสุขภาพ เมื่อสูดลมหายใจเอาแร่ใยหินเข้าไป อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ ใน 3 ลักษณะ ได้แก่ โรคมะเร็งปอด โรคปอดจากแร่ใยหิน และ มะเร็งเยื่อหุ้มปอด (ทั้งนี้ แร่ใยหินกลุ่มแอมฟิโบล มีลักษณะเป็นเส้นยาวและบาง สามารถฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อของมนุษย์ได้)

3518ในปี ค.ศ.1991 สำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา(EPA) จึงเสนอให้มีการสั่งห้ามการใช้แร่ใยหินทั้งหมด ทั้งๆ ที่ในสหรัฐอเมริกา มีความนิยมในการใช้แร่ใยหินกลุ่มไครโซไทล์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นที่สั้นกว่าและหนากว่า มีความเสี่ยงต่ำที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อของมนุษย์ได้น้อยกว่า

โดยศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้พิเคราะห์ถึงคำร้องของ สำนักงานป้องกัน สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกาและได้ให้คำตอบไว้อย่างกว้าง ๆ ว่า “เราสามารถทำเช่นนั้นได้และเราก็ทำอยู่” ในการใช้แร่ใยหินอย่างปลอดภัยจึง ปฏิเสธคำร้องที่ให้มีการสั่งห้ามการใช้แร่ใยหินของ EPA

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมผ้าเบรกในรถยนต์ โดยศาลได้ชี้แจงว่าข้อเสนอของสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) ที่ห้ามไม่ให้ใช้แร่ใยหินในการผลิตผ้าเบรกรถยนต์ นั้นอาจก่อให้เกิดอันตราย ทำให้อัตราการเบรกล้มเหลวเพิ่มสูงขึ้นและทำให้มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนจำนวนมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น แร่ใยหินในกลุ่มไครโซไทล์ที่สำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) ต้องการจะให้เป็นสารเคมีต้องห้ามนั้น เป็นส่วนผสมสำคัญที่อยู่ในผ้าเบรกฃซึ่งผู้ใช้ไม่ได้ รับการสัมผัสแต่อย่างใด

บทความของสภาวิทยาศาสตร์และสุขภาพสหรัฐอเมริกา (ACSH) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ความเสี่ยงของช่างยนต์และคนงานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานในโรงงานผลิตที่ใช้ใยหินเป็นส่วนประกอบได้มีการวางระบบการจัดการอย่างดี จึงมีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำมาก

 

ผ้าเบรกในรถยนต์มีส่วนผสมของแร่ไครโซไทล์เพื่อช่วยให้ระบบเบรกทำงานได้มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ศาลได้ระงับยับยั้งคำขอของสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) ไว้เนื่องจากผู้แทนของสำนักงานฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสารเคมี (TSCA) ที่ระบุว่า ผู้แทนจะต้องเลือกกำหนดกฎเกณฑ์ที่สร้าง “ความยุ่งยากน้อยที่สุด” เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย โดยศาลอธิบายว่า กฎเกณฑ์เกี่ยวกับแร่ใยหินที่เสนอขึ้นมานั้นยังไม่เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว

 

แหล่งอ้างอิง : http://nochrysotileban.com/archives/349#more-349

**********************************************

CIC Radio แพทย์ใหญ่ “ย้ำชัด” ยังไม่พบคนไทยเสียชีวิต เพราะ…..แร่ใยหิน!!

CIC Radio

CIC Radio แพทย์ใหญ่ “ย้ำชัด” ยังไม่พบคนไทยเสียชีวิต เพราะ…..แร่ใยหิน!!

ข้อเท็จจริงแร่ไครโซไทล์ (chrysotile) สามารถเข้ามาหาข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่

งานศึกษาวิจัยชิ้นต่างๆที่ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้วในช่วงประมาณสามสิบปี ต่างสรุปว่าไม่สามารถวัดระดับความเสี่ยง ที่เกิดจากการใช้ไครโซไทล์ได้

Chrysotile แร่ใยหิน

งานศึกษาวิจัยชิ้นต่างๆที่ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้วในช่วงประมาณสามสิบปี ต่างสรุปว่าไม่สามารถวัดระดับความเสี่ยง ที่เกิดจากการใช้ไครโซไทล์ได้ เมื่อระดับความเข้มข้นในอากาศอยู่ในระดับมาตรฐาน คือ ≤ 1 เส้นใย / ลบ.ซม. (≤ 1FIBER /CC)
ซึ่งข้อสรุปของนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “ไครโซไทล์ แร่ใยหินที่ไทยต้องชัดเจน”

สัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “ไครโซไทล์ แร่ใยหินที่ไทยต้องชัดเจน”

เครือข่ายภาคประชาชน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ มูลนิธิเพื่อคุณธรรม เครือข่ายชุมชนเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเครือข่ายแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้แร่ ไครโซไทล์

สาเหตุความกังวลของประชาชน

Chrysotile แร่ใยหิน

นับแต่ทศวรรษ1940 และอีก2-3 ทศวรรษต่อมามนุษย์เราได้นำเอาใยหินทุกชนิดมาใช้อย่างมากมายมหาศาลโดยไม่ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดแก่สุขภาพส่งผลให้มีจำนวนคนงานนับล้านที่ได้รับฝุ่นใยหินปริมาณเกินมาตรฐานปลอดภัยเข้าไปในร่างกายปัจจุบันในประเทศยุโรปจึงมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคเนื่องจากใยหินจำนวนมาก

การใช้แร่ใยหินในอดีตและปัจจุบัน

Chrysotile แร่ใยหิน

ในประเทศทางยุโรปและอเมริกาเนื่องจากสภาพภูมิอากาศอาคารบ้านเรือนจะต้องปิดประตูหน้าต่างเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อุ่นอยู่เสมอในสมัยที่ยังไม่ทราบกันว่าฝุ่นใยหินมีอันตรายต่อสุขภาพอาคาร/บ้านใหญ่ๆนิยมใช้วิธีพ่นใยหินเคลือบตามผนังเสาฯลฯเพื่อเก็บความร้อนให้อยู่ภายในฝ้าเพดานนิยมใช้แผ่นใยหินชนิดน้ำหนักเบาเนื้อค่อนข้างเปราะป้องกันอัคคีภัยใช้ใยหิน90% ในส่วนผสมกับกาวหรือวัสดุประสาน10% วัสดุที่ได้จึงมีความหนาแน่นต่ำเส้นใยหลุดร่วงฟุ้งกระจายได้ง่ายคนงาน/พนักงานเมื่อสูดลมหายในฝุ่นใยหินจะเข้าไปในร่างกายเป็นอันตรายต่อสุขภาพเพื่อเป็นการแก้ปัญหาทางการในประเทศเหล่านี้จึงได้สั่งห้ามไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกต่อไปในปี1986

ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไครโซไทล์

Chrysotile แร่ใยหิน

ซีเมนต์จากเส้นใยไครโซไทล์ส่วนผสมของเนื้อส่วนใหญ่จะเป็นซีเมนต์มีส่วนผสมของใยหินอยู่เพียง10-15% โดยน้ำหนักเพื่อเสริมคุณสมบัติและฝังอยู่ในเนื้อซีเมนต์ไม่หลุดรอดออกมาภายนอก

จากการศึกษาโรงงานที่ในกระบวนกรรมวิธีผลิตใช้เส้นใยไครโซไทล์เพียงอย่างเดียวพบว่ามีปริมาณฝุ่นเส้นใยในบรรยากาศต่ำ1-2 เส้นใย/ลบ.ซม. คนงานที่สูบและไม่สูบบุหรี่ทั้ง2 กลุ่มไม่เป็นโรคมะเร็งปอดอนึ่งบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิได้มีมติเห็นพ้องต้องกันว่าถ้ามีปริมาณฝุ่นในบรรยากาศเพียง0.5-1.0 เส้นใย/ลบ.ซม. คนงานจะไม่มีโอกาสเป็นโรคปอดอันเนื่องมาจากแร่ใยหิน(asbestosis)

เครือข่ายภาคประชาชนเรียกร้องภาครัฐฯ ทบทวนการยกเลิกการใช้แร่ไครโซไทล์

ทบทวนการยกเลิกการใช้แร่ไครโซไทล์

 

เครือข่ายภาคประชาชน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ มูลนิธิเพื่อคุณธรรม เครือข่ายชุมชนเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเครือข่ายแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกการใช้แร่ ไครโซไทล์ ร่วมกับ วิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อ “ไครโซไทล์ แร่ใยหินที่ไทยต้องชัดเจน” เพื่อเป็นเวทีในการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องแร่ไครโซไทล์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญและตระหนักถึงผลกระทบต่อประชาชนทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่จะตามมาหากมีการยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ไครโซไทล์